พายุสุริยะจะปะทะโลกสุดสัปดาห์นี้ คาดส่งผลกระทบเล็กน้อยแต่ไม่น่ากังวล นักวิทย์ชี้พรมแดนสหรัฐฯติดกับแคนาดา และยุโรป อาจเห็นปรากฏการณ์แสงเหนือสวยงาม...
สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเมื่อ 13 ก.ค. ว่า พายุสุริยะจะพัดผ่านโลกในช่วงเช้าวันเสาร์ (14 ก.ค.) สุดสัปดาห์นี้ตามเวลาสากล ซึ่งอาจก่อให้เกิดแผ่นดินไหวในบางพื้นที่ ส่วนนักพยากรณ์สภาพอวกาศเผยว่าอาจส่งผลกระทบเล็กน้อย แต่ไม่ถึงขั้นกระเทือนการควบคุม ผลิต และจ่ายกระแสไฟฟ้า รวมไปถึงการสื่อสาร ขณะที่บรรดานักวิทยาศาสตร์ระบุว่า สถานการณ์ไม่มีอะไรน่ากังวล เป็นเพียงปรากฏการณ์ธรรมชาติทั่วไปเท่านั้น
ทั้งนี้ ปรากฏการณ์พายุสุริยะเริ่มตั้งแต่วันพฤหัส (12 ก.ค.) หลังจากดวงอาทิตย์เกิดการระเบิด ปลดปล่อยพลังงานรุนแรงมายังโลก ด้วยความเร็ว 3 ล้านไมล์/ชั่วโมง ซึ่งจะทำให้เกิดปรากฏการณ์แสงเหนือ หรือ "ออโรรา" ที่ชัดเจนสวยงาม อาจมองเห็นในแถบชายแดนสหรัฐฯ-แคนาดา และทางตอนเหนือของยุโรป.
วันศุกร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
วันพฤหัสบดีที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
องค์ประกอบสำคัญ4ประการของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องกับการสำรวจทางRSคือ
1.ความถี่(frequency)ซึ่งเป็นตัวกำหนดระดับพลังงานของอนุภาคแสง หรือ โฟตอน(photon)ของคลื่นแต่ล่ะตัว และช่วยในการศึกษาปรากฏการณ์ ดอปเพลอร์(Doppler effect)ซึ่งเกิดในระบบเรดาร์แบบจานรับสัญญาณเสมือน(Synthetic Aperture Radar:SAR)
2.ความยาวคลื่น(wavelength)ซึ่งเป็นตัวบอกถึง ระดับการกระเจิง ของสัญญาณในอากาศ ความยาวคลื่นยิ่งมาก ยิ่งมีการกระเจิงเกิดขึ้นน้อย รวมไปถึงการกำหนดตัวสีที่ปรากฏในช่วงแสงขาวตั้งแต่สีม่วงไปจนถึงสีแดงด้วย
3.แอมปริจูด(amplitude)จะเป็นตัวบอกถึงระดับความเข้มของพลังงานที่สะสมอยู่ในคลื่นแต่ล่ะตัว โดยอัตราการส่งถ่ายพลังงานของคลื่นจะแปลผันโดยตรงกับค่าแอมปริจูดยกกำลังสอง
4.ระนาบโพลาไรซ์(plane of polarization)คือ ระนาบซึ่งมีสนามไฟฟ้ารวมอยู่ด้วย ซึ่งทิศทางการวางตัววองมันจะมีผลมากในการตรวจวัดด้วยเรดาร์ซึ่งเป็นเครื่องตรวจวัดแบบกัมมันต์
2.ความยาวคลื่น(wavelength)ซึ่งเป็นตัวบอกถึง ระดับการกระเจิง ของสัญญาณในอากาศ ความยาวคลื่นยิ่งมาก ยิ่งมีการกระเจิงเกิดขึ้นน้อย รวมไปถึงการกำหนดตัวสีที่ปรากฏในช่วงแสงขาวตั้งแต่สีม่วงไปจนถึงสีแดงด้วย
3.แอมปริจูด(amplitude)จะเป็นตัวบอกถึงระดับความเข้มของพลังงานที่สะสมอยู่ในคลื่นแต่ล่ะตัว โดยอัตราการส่งถ่ายพลังงานของคลื่นจะแปลผันโดยตรงกับค่าแอมปริจูดยกกำลังสอง
4.ระนาบโพลาไรซ์(plane of polarization)คือ ระนาบซึ่งมีสนามไฟฟ้ารวมอยู่ด้วย ซึ่งทิศทางการวางตัววองมันจะมีผลมากในการตรวจวัดด้วยเรดาร์ซึ่งเป็นเครื่องตรวจวัดแบบกัมมันต์
องค์ประกอบสำคัญ4ประการของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องกับการสำรวจทางRSคือ
1.ความถี่(frequency)ซึ่งเป็นตัวกำหนดระดับพลังงานของอนุภาคแสง หรือ โฟตอน(photon)ของคลื่นแต่ล่ะตัว และช่วยในการศึกษาปรากฏการณ์ ดอปเพลอร์(Doppler effect)ซึ่งเกิดในระบบเรดาร์แบบจานรับสัญญาณเสมือน(Synthetic Aperture Radar:SAR)
2.ความยาวคลื่น(wavelength)ซึ่งเป็นตัวบอกถึง ระดับการกระเจิง ของสัญญาณในอากาศ ความยาวคลื่นยิ่งมาก ยิ่งมีการกระเจิงเกิดขึ้นน้อย รวมไปถึงการกำหนดตัวสีที่ปรากฏในช่วงแสงขาวตั้งแต่สีม่วงไปจนถึงสีแดงด้วย
3.แอมปริจูด(amplitude)จะเป็นตัวบอกถึงระดับความเข้มของพลังงานที่สะสมอยู่ในคลื่นแต่ล่ะตัว โดยอัตราการส่งถ่ายพลังงานของคลื่นจะแปลผันโดยตรงกับค่าแอมปริจูดยกกำลังสอง
4.ระนาบโพลาไรซ์(plane of polarization)คือ ระนาบซึ่งมีสนามไฟฟ้ารวมอยู่ด้วย ซึ่งทิศทางการวางตัววองมันจะมีผลมากในการตรวจวัดด้วยเรดาร์ซึ่งเป็นเครื่องตรวจวัดแบบกัมมันต์
2.ความยาวคลื่น(wavelength)ซึ่งเป็นตัวบอกถึง ระดับการกระเจิง ของสัญญาณในอากาศ ความยาวคลื่นยิ่งมาก ยิ่งมีการกระเจิงเกิดขึ้นน้อย รวมไปถึงการกำหนดตัวสีที่ปรากฏในช่วงแสงขาวตั้งแต่สีม่วงไปจนถึงสีแดงด้วย
3.แอมปริจูด(amplitude)จะเป็นตัวบอกถึงระดับความเข้มของพลังงานที่สะสมอยู่ในคลื่นแต่ล่ะตัว โดยอัตราการส่งถ่ายพลังงานของคลื่นจะแปลผันโดยตรงกับค่าแอมปริจูดยกกำลังสอง
4.ระนาบโพลาไรซ์(plane of polarization)คือ ระนาบซึ่งมีสนามไฟฟ้ารวมอยู่ด้วย ซึ่งทิศทางการวางตัววองมันจะมีผลมากในการตรวจวัดด้วยเรดาร์ซึ่งเป็นเครื่องตรวจวัดแบบกัมมันต์
วันพุธที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
'กรุงเทพฯ' เจ๋ง!! แชมป์ 'เมืองยอดเยี่ยม' ที่สุดในโลก 3 ปีซ้อน
นิตยสารท่องเที่ยว "ทราเวล+เลเชอร์" จัดอันดับเมืองที่ดีที่สุดในโลก ประจำปี 2012 สุดภูมิใจ "กรุงเทพฯ" ครองแชมป์ 3 สมัยซ้อน...
เมื่อ 6 ก.ค. ที่ผ่านมา นิตยสารท่องเที่ยวชื่อดัง "ทราเวล+เลเชอร์" เผยผลการจัดอันดับที่สุดของโลก "เวิลด์'ส เบสต์ อวอร์ดส์ 2012" จากการสำรวจความคิดเห็นของผู้อ่านตั้งแต่เดือนธ.ค. 2011 - มี.ค. 2012 โดยแบ่งออกเป็นทั้งหมด 9 หมวดด้วยกัน อาทิ โรงแรม, เมือง, เรือนำเที่ยว, บริษัททัวร์นำเที่ยว, สายการบิน, บริการรถเช่า และสปา เป็นต้น
ซึ่งเป็นที่น่าภาคภูมิใจอีกครั้ง เมื่อ "กรุงเทพฯ" เมืองหลวงของไทย ได้รับคะแนนสูงสุดในการโหวตให้เป็นเมืองที่ดีที่สุดในโลก ด้วยคะแนน 89.87 จากคะแนนเต็ม 100 โดยพิจารณาจากสถานที่ท่องเที่ยว ศิลปวัฒนธรรม ความเป็นมิตรของผู้คน แหล่งช็อปปิ้ง และความคุ้มค่า เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน
สำหรับอันดับ ท็อป 10 เรียงตามคะแนน มีดังต่อไปนี้
กรุงเทพฯ ประเทศไทย 89.87 คะแนน (ปี 2011 อยู่ดันอับที่ 1)
เมื่อ 6 ก.ค. ที่ผ่านมา นิตยสารท่องเที่ยวชื่อดัง "ทราเวล+เลเชอร์" เผยผลการจัดอันดับที่สุดของโลก "เวิลด์'ส เบสต์ อวอร์ดส์ 2012" จากการสำรวจความคิดเห็นของผู้อ่านตั้งแต่เดือนธ.ค. 2011 - มี.ค. 2012 โดยแบ่งออกเป็นทั้งหมด 9 หมวดด้วยกัน อาทิ โรงแรม, เมือง, เรือนำเที่ยว, บริษัททัวร์นำเที่ยว, สายการบิน, บริการรถเช่า และสปา เป็นต้น
ซึ่งเป็นที่น่าภาคภูมิใจอีกครั้ง เมื่อ "กรุงเทพฯ" เมืองหลวงของไทย ได้รับคะแนนสูงสุดในการโหวตให้เป็นเมืองที่ดีที่สุดในโลก ด้วยคะแนน 89.87 จากคะแนนเต็ม 100 โดยพิจารณาจากสถานที่ท่องเที่ยว ศิลปวัฒนธรรม ความเป็นมิตรของผู้คน แหล่งช็อปปิ้ง และความคุ้มค่า เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน
สำหรับอันดับ ท็อป 10 เรียงตามคะแนน มีดังต่อไปนี้
กรุงเทพฯ ประเทศไทย 89.87 คะแนน (ปี 2011 อยู่ดันอับที่ 1)
ประชุมอาเซียน+3 หนุนแผนเชื่อมภูมิภาค ไทยดูแลทุนสำรองข้าว
ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน บวกจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ที่กรุงพนมเปญ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา มีการสนับสนุนแผนเชื่อมโยงภูมิภาคอาเซียนของไทย และไทยเสนอตัวเป็นผู้ดูแลกองทุนสำรองข้าวอาเซียน...
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 11 ก.ค. ว่า การประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของชาติสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ทั้ง 10 ชาติ รวมกับรัฐมนตรีต่างประเทศของจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ที่กรุงพนมเปญ เมืองหลวงของกัมพูชา ได้มีการลงความเห็นสนับสนุนแผนแม่บทว่าด้วยความเชื่อมโยงในภูมิภาคอาเซียน ที่ไทยเป็นผู้เสนอ ซึ่งได้แก่การเชื่อมโยงทางกายภาพที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ การประสานกฎระเบียบการคมนาคม และความเชื่อมโยงทางสังคม และวัฒนธรรม
ที่ประชุมยังเห็นชอบของเสนอของรัฐมนตรีต่างประเทศของไทย ที่ต้องการให้ผู้นำของทั้ง 13 ชาติ ออกแถลงการณ์ร่วมกันเกี่ยวกับแผนดังกล่าว ในการประชุมช่วงปลายปีนี้ เพื่อแสดงถึงการสนับสนุนในการก่อตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
นอกจากนี้ ยังได้มีการหารือในเรื่องผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจในยุโรป โดยเหล่ารัฐมนตรีได้เห็นชอบที่จะเร่งสร้างความร่วมมือในภาคการเงินในภูมิภาค รวมถึงเงินทุนสำรองต่างประเทศ 2.4 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แก่ประเทศอื่นๆ เพื่อป้องกันภาวะค่าเงินผันผวน หรือภาวะค่าเงินและพันธบัตรอ่อนค่าอีกด้วย ขณะที่ ไทยซึ่งเป็นผู้ผลิตข้าวรายใหญ่ของโลก แสดงความพร้อมในการเป็นผู้รับผิดชอบหลัก ในการดูแลกองทุนสำรองข้าวฉุกเฉิน 8.7 แสนตัน เพื่อป้องการภาวะขาดแคลนอาหารในภูมิภาค ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 12 ก.ค.นี้
ทั้งนี้ ในการประชุมเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ไม่ได้มีการหารือเกี่ยวกับข้อพิพาทในทะเลจีนใต้แต่อย่างใด โดยคาดว่าจะมีการพูดถึงประเด็นนี้ในการประชุมอาเซียนว่าด้วยการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ในวันนี้ (11 ก.ค.) ซึ่งนางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา จะเดินทางมาเข้าร่วมประชุมด้วย.
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 11 ก.ค. ว่า การประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของชาติสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ทั้ง 10 ชาติ รวมกับรัฐมนตรีต่างประเทศของจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ที่กรุงพนมเปญ เมืองหลวงของกัมพูชา ได้มีการลงความเห็นสนับสนุนแผนแม่บทว่าด้วยความเชื่อมโยงในภูมิภาคอาเซียน ที่ไทยเป็นผู้เสนอ ซึ่งได้แก่การเชื่อมโยงทางกายภาพที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ การประสานกฎระเบียบการคมนาคม และความเชื่อมโยงทางสังคม และวัฒนธรรม
ที่ประชุมยังเห็นชอบของเสนอของรัฐมนตรีต่างประเทศของไทย ที่ต้องการให้ผู้นำของทั้ง 13 ชาติ ออกแถลงการณ์ร่วมกันเกี่ยวกับแผนดังกล่าว ในการประชุมช่วงปลายปีนี้ เพื่อแสดงถึงการสนับสนุนในการก่อตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
นอกจากนี้ ยังได้มีการหารือในเรื่องผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจในยุโรป โดยเหล่ารัฐมนตรีได้เห็นชอบที่จะเร่งสร้างความร่วมมือในภาคการเงินในภูมิภาค รวมถึงเงินทุนสำรองต่างประเทศ 2.4 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แก่ประเทศอื่นๆ เพื่อป้องกันภาวะค่าเงินผันผวน หรือภาวะค่าเงินและพันธบัตรอ่อนค่าอีกด้วย ขณะที่ ไทยซึ่งเป็นผู้ผลิตข้าวรายใหญ่ของโลก แสดงความพร้อมในการเป็นผู้รับผิดชอบหลัก ในการดูแลกองทุนสำรองข้าวฉุกเฉิน 8.7 แสนตัน เพื่อป้องการภาวะขาดแคลนอาหารในภูมิภาค ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 12 ก.ค.นี้
ทั้งนี้ ในการประชุมเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ไม่ได้มีการหารือเกี่ยวกับข้อพิพาทในทะเลจีนใต้แต่อย่างใด โดยคาดว่าจะมีการพูดถึงประเด็นนี้ในการประชุมอาเซียนว่าด้วยการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ในวันนี้ (11 ก.ค.) ซึ่งนางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา จะเดินทางมาเข้าร่วมประชุมด้วย.
มาตราวัดในทางสถิติ
การวัดเป็นการกำหนดตัวเลขให้กับสิ่งที่ต้องการศึกษาภายใต้กฎเกณฑ์ที่แน่นอน ผู้วิจัยจำเป็นจะต้องทราบคุณลักษณะของข้อมูลที่ถูกวัด เพื่อใช้ในการพิจารณาว่าจะเลือกใช้วิธีการทางสถิติใดจึงจะเหมาะสม ดังนั้นจึงควรทราบว่าข้อมูลที่ถูกวัดมานั้นอยู่ในมาตราการวัดระดับใด ซึ่งมาตราการวัดแบ่งออกเป็น 4 ระดับคือ
ระดับที่ 1 มาตราการวัดระดับนามบัญญัติ (Nominal Scale) เป็นระดับที่ใช้จำแนกความแตกต่างของสิ่งที่ต้องการวัดออกเป็นกลุ่ม ๆ โดยใช้ตัวเลข เช่น ตัวแปรเพศ แบ่งออกเป็นกลุ่มเพศชายและกลุ่มเพศหญิง ในการกำหนดตัวเลขอาจจะใช้เลข 1 แทนเพศชาย และเลข 2 แทนเพศหญิง ตัวแปรระดับการศึกษา แบ่งออกเป็นกลุ่มที่มีการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี อาจจะแทนด้วยเลข 1 กลุ่มที่มีการศึกษาระดับปริญญาตรี อาจจะแทนด้วยเลข 2 และกลุ่มที่มีการศึกษาสูงกว่าระดับปริญญาตรี อาจจะแทนด้วยเลข 3 เป็นต้น ตัวเลข 1 หรือ 2 หรือ 3 ที่ใช้แทนกลุ่มต่าง ๆ นั้น ถือเป็นตัวเลขในระดับนามบัญญัติไม่สามารถนำมาบวก ลบ คูณ หาร หรือหาสัดส่วนได้
ระดับที่ 2 มาตราการวัดระดับเรียงอันดับ (Ordinal Scales) เป็นระดับที่ใช้สำหรับจัดอันดับที่หรือตำแหน่งของสิ่งที่ต้องการวัด ตัวเลขในมาตราการวัดระดับนี้เป็นตัวเลขที่บอกความหมายในลักษณะมาก-น้อย สูง-ต่ำ เก่ง-อ่อน กว่ากัน เช่น ด.ช.ดำสอบได้ที่ 1 ด.ช.แดงสอบได้ที่ 2 ด.ญ.เขียวสอบได้ที่ 3 หรือ การประกวดร้องเพลง นางสาวเขียวได้รางวัลที่ 1 นางสาวชมพูได้รางวัลที่ 2 นางสาวเหลืองได้รางวัลที่ 3 เป็นต้น ตัวเลขอันดับที่แตกต่างกันไม่สามารถบ่งบอกถึงปริมาณความแตกต่างได้ เช่น ไม่สามารถบอกได้ว่าผู้ที่ประกวดร้องเพลงได้รางวัลที่ 1 มีความเก่งมากกว่าผู้ที่ได้รางวัลที่ 2 ในปริมาณเท่าใด ตัวเลขในระดับนี้สามารถนำมาบวกหรือลบ กันได้
ระดับที่ 3 มาตราการวัดระดับช่วง (Interval Scale) เป็นระดับที่สามารถกำหนดค่าตัวเลขโดยมีช่วงห่างระหว่างตัวเลขเท่า ๆ กัน สามารถนำตัวเลขมาเปรียบเทียบกันได้ว่าว่ามีปริมาณมากน้อยเท่าใด แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นกี่เท่าของกันและกัน เพราะมาตราการวัดระดับนี้ไม่มี 0 (ศูนย์) แท้ มีแต่ 0 (ศูนย์) สมมติ เช่น นายวิชัยสอบได้ 0 คะแนน มิได้หมายความว่าเขาไม่มีความรู้ เพียงแต่เขาไม่สามารถทำข้อสอบซึ่งเป็นตัวแทนของความรู้ทั้งหมดได้ หรือ อุณหภูมิ 0 องศา มิได้หมายความว่าจะไม่มีความร้อน เพียงแต่มีความร้อนเป็น 0 องศาเท่านั้น จุดที่ไม่มีความร้อนอยู่เลยก็คือที่ -273 องศา ดังนั้นอุณหภูมิ 40 องศาจึงไม่สามารถบอกได้ว่ามีความร้อนเป็น 2 เท่าของอุณหภูมิ 20 องศา เป็นต้น ตัวเลขในระดับนี้สามารถนำมาบวก ลบ คูณ หรือหารกันได้
ระดับที่ 4 มาตราการวัดระดับอัตราส่วน (Ratio Scale) เป็นระดับที่สามารถกำหนดค่าตัวเลขให้กับสิ่งที่ต้องการวัด มี 0 (ศูนย์) แท้ เช่น น้ำหนัก ความสูง อายุ เป็นต้น ระดับนี้สามารถนำตัวเลขมาบวก ลบ คูณ หาร หรือหาอัตราส่วนกันได้ คือสามารถบอกได้ว่า ถนนสายหนึ่งยาว 50 กิโลเมตร ยาวเป็น 2 เท่าของถนนอีกสายหนึ่งที่ยาวเพียง 25 กิโลเมตร
ดังนั้น ผู้วิจัยจึงต้องมีความรู้ในเรื่องของมาตราการวัดระดับต่าง ๆ เป็นอย่างดี เพื่อใช้ในการวินิจฉัยตัวแปรในงานวิจัยว่าอยู่ในมาตราการวัดระดับใด เพื่อประโยชน์ในการเลือกใช้วิธีการทางสถิติให้มีความถูกต้องเหมาะสม
ระดับที่ 1 มาตราการวัดระดับนามบัญญัติ (Nominal Scale) เป็นระดับที่ใช้จำแนกความแตกต่างของสิ่งที่ต้องการวัดออกเป็นกลุ่ม ๆ โดยใช้ตัวเลข เช่น ตัวแปรเพศ แบ่งออกเป็นกลุ่มเพศชายและกลุ่มเพศหญิง ในการกำหนดตัวเลขอาจจะใช้เลข 1 แทนเพศชาย และเลข 2 แทนเพศหญิง ตัวแปรระดับการศึกษา แบ่งออกเป็นกลุ่มที่มีการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี อาจจะแทนด้วยเลข 1 กลุ่มที่มีการศึกษาระดับปริญญาตรี อาจจะแทนด้วยเลข 2 และกลุ่มที่มีการศึกษาสูงกว่าระดับปริญญาตรี อาจจะแทนด้วยเลข 3 เป็นต้น ตัวเลข 1 หรือ 2 หรือ 3 ที่ใช้แทนกลุ่มต่าง ๆ นั้น ถือเป็นตัวเลขในระดับนามบัญญัติไม่สามารถนำมาบวก ลบ คูณ หาร หรือหาสัดส่วนได้
ระดับที่ 2 มาตราการวัดระดับเรียงอันดับ (Ordinal Scales) เป็นระดับที่ใช้สำหรับจัดอันดับที่หรือตำแหน่งของสิ่งที่ต้องการวัด ตัวเลขในมาตราการวัดระดับนี้เป็นตัวเลขที่บอกความหมายในลักษณะมาก-น้อย สูง-ต่ำ เก่ง-อ่อน กว่ากัน เช่น ด.ช.ดำสอบได้ที่ 1 ด.ช.แดงสอบได้ที่ 2 ด.ญ.เขียวสอบได้ที่ 3 หรือ การประกวดร้องเพลง นางสาวเขียวได้รางวัลที่ 1 นางสาวชมพูได้รางวัลที่ 2 นางสาวเหลืองได้รางวัลที่ 3 เป็นต้น ตัวเลขอันดับที่แตกต่างกันไม่สามารถบ่งบอกถึงปริมาณความแตกต่างได้ เช่น ไม่สามารถบอกได้ว่าผู้ที่ประกวดร้องเพลงได้รางวัลที่ 1 มีความเก่งมากกว่าผู้ที่ได้รางวัลที่ 2 ในปริมาณเท่าใด ตัวเลขในระดับนี้สามารถนำมาบวกหรือลบ กันได้
ระดับที่ 3 มาตราการวัดระดับช่วง (Interval Scale) เป็นระดับที่สามารถกำหนดค่าตัวเลขโดยมีช่วงห่างระหว่างตัวเลขเท่า ๆ กัน สามารถนำตัวเลขมาเปรียบเทียบกันได้ว่าว่ามีปริมาณมากน้อยเท่าใด แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นกี่เท่าของกันและกัน เพราะมาตราการวัดระดับนี้ไม่มี 0 (ศูนย์) แท้ มีแต่ 0 (ศูนย์) สมมติ เช่น นายวิชัยสอบได้ 0 คะแนน มิได้หมายความว่าเขาไม่มีความรู้ เพียงแต่เขาไม่สามารถทำข้อสอบซึ่งเป็นตัวแทนของความรู้ทั้งหมดได้ หรือ อุณหภูมิ 0 องศา มิได้หมายความว่าจะไม่มีความร้อน เพียงแต่มีความร้อนเป็น 0 องศาเท่านั้น จุดที่ไม่มีความร้อนอยู่เลยก็คือที่ -273 องศา ดังนั้นอุณหภูมิ 40 องศาจึงไม่สามารถบอกได้ว่ามีความร้อนเป็น 2 เท่าของอุณหภูมิ 20 องศา เป็นต้น ตัวเลขในระดับนี้สามารถนำมาบวก ลบ คูณ หรือหารกันได้
ระดับที่ 4 มาตราการวัดระดับอัตราส่วน (Ratio Scale) เป็นระดับที่สามารถกำหนดค่าตัวเลขให้กับสิ่งที่ต้องการวัด มี 0 (ศูนย์) แท้ เช่น น้ำหนัก ความสูง อายุ เป็นต้น ระดับนี้สามารถนำตัวเลขมาบวก ลบ คูณ หาร หรือหาอัตราส่วนกันได้ คือสามารถบอกได้ว่า ถนนสายหนึ่งยาว 50 กิโลเมตร ยาวเป็น 2 เท่าของถนนอีกสายหนึ่งที่ยาวเพียง 25 กิโลเมตร
ดังนั้น ผู้วิจัยจึงต้องมีความรู้ในเรื่องของมาตราการวัดระดับต่าง ๆ เป็นอย่างดี เพื่อใช้ในการวินิจฉัยตัวแปรในงานวิจัยว่าอยู่ในมาตราการวัดระดับใด เพื่อประโยชน์ในการเลือกใช้วิธีการทางสถิติให้มีความถูกต้องเหมาะสม
สุดเศร้า! ลูกแพนด้าเกิดใหม่สวนสัตว์ยุ่นตายแล้ว
ลูกแพนด้าเกิดใหม่ของสวนสัตว์ในกรุงโตเกียว ตายแล้วด้วยวัยเพียง 5 วัน เนื่องจากอาการปอดบวม เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา...
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 11 ก.ค.ว่า ที่สวนสัตว์ 'อุเอโนะ' ในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ที่เพิ่งได้รับข่าวดีเมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา หลังแม่หมีแพนด้ายักษ์ 'ชิน ชิน' ให้กำเนิดลูกแพนด้าน้อยเพศผู้ตัวแรกของสวนสัตว์ ออกมาแจ้งข่าวร้ายแก่สาธารณชนว่า ลูกแพนด้าวัยเพียง 5 วันเศษ ตายแล้วด้วยอาการปอดบวม เมื่อช่วงเช้าวันพุธที่ผ่านมา
เจ้าหน้าที่สวนสัตว์เปิดเผยว่า พวกเขาพบแพนด้าน้อยนอนนิ่งไม่ไหวติงอยู่บนตักของชิน ชิน เมื่อเวลา 7.30 น.เจ้าหน้าที่จึงได้นำมาตรวจดูอาการพบว่าหัวใจหยุดเต้น แม้จะพยายามช่วยชีวิตแต่ก็ไม่สำเร็จ และในเวลา 8.30 น.เจ้าหน้าที่จึงยืนยันการตายของแพนด้าน้อย ที่ยังไม่ได้รับการตั้งชื่อตัวนี้
ทั้งนี้ แพนด้าน้อยต้องถูกส่งเข้าเครื่องอบอุณหภูมิหลายครั้ง ตั้งแต่วันที่ 6 ก.ค.เนื่องจากไม่ได้รับการดูแลจากแม่ของมัน จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ได้คืนตัวลูกให้กับชิน ชิน เมื่อวันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งภาพที่มันถ่ายคู่กับลูกถูกเผยแพร่ไปทั่วประเทศ ทั้งทางโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์ ขณะที่ผู้คนจำนวนมากมายแห่มาที่สวนสัตว์เพื่อยลโฉมลูกแพนด้าตัวแรกของสวนสัตว์อุเอโนะ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 11 ก.ค.ว่า ที่สวนสัตว์ 'อุเอโนะ' ในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ที่เพิ่งได้รับข่าวดีเมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา หลังแม่หมีแพนด้ายักษ์ 'ชิน ชิน' ให้กำเนิดลูกแพนด้าน้อยเพศผู้ตัวแรกของสวนสัตว์ ออกมาแจ้งข่าวร้ายแก่สาธารณชนว่า ลูกแพนด้าวัยเพียง 5 วันเศษ ตายแล้วด้วยอาการปอดบวม เมื่อช่วงเช้าวันพุธที่ผ่านมา
เจ้าหน้าที่สวนสัตว์เปิดเผยว่า พวกเขาพบแพนด้าน้อยนอนนิ่งไม่ไหวติงอยู่บนตักของชิน ชิน เมื่อเวลา 7.30 น.เจ้าหน้าที่จึงได้นำมาตรวจดูอาการพบว่าหัวใจหยุดเต้น แม้จะพยายามช่วยชีวิตแต่ก็ไม่สำเร็จ และในเวลา 8.30 น.เจ้าหน้าที่จึงยืนยันการตายของแพนด้าน้อย ที่ยังไม่ได้รับการตั้งชื่อตัวนี้
ทั้งนี้ แพนด้าน้อยต้องถูกส่งเข้าเครื่องอบอุณหภูมิหลายครั้ง ตั้งแต่วันที่ 6 ก.ค.เนื่องจากไม่ได้รับการดูแลจากแม่ของมัน จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ได้คืนตัวลูกให้กับชิน ชิน เมื่อวันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งภาพที่มันถ่ายคู่กับลูกถูกเผยแพร่ไปทั่วประเทศ ทั้งทางโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์ ขณะที่ผู้คนจำนวนมากมายแห่มาที่สวนสัตว์เพื่อยลโฉมลูกแพนด้าตัวแรกของสวนสัตว์อุเอโนะ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)





